วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ดอกไม้กินได้ กับทฤษฎีการจับคู่สี ใน color wheel by Flowers You Can Eat 0914582556

 

ดอกไม้กินได้ กับทฤษฎีการจับคู่สี ใน color wheel
by Flowers You Can Eat 0914582556

สี เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นในดอกไม้ สีสันเพิ่มความน่าสนใจในอาหาร หรือเติมแต่งสีที่ขาดให้ครบสมบูรณ์แบบ และทำให้อาหารดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ท่านลองนึกถึงส้มตำ ถ้าขาดสีแดงไปจะเป็นอย่างไรบ้างคะ ดูจืดและไม่น่ากินใช่ไหม เพราะสีมีอิทธิพลต่อความรู้สึก ถ้าหากสีขาดไปแล้วอาหารของเราก็จะดูไม่โดดเด่น

วันนี้ Flowers You Can Eat จะมาสอนการจับคู่สี เพื่อทำให้อาหารของเราดูน่ารับประทาน และสามารถเพิ่มสีของดอกไม้เข้าไปช่วยเติมแต่งสิ่งที่ขาดได้ค่ะ

โดยจะมีทฤษฎีการจับคู่สีแบบพื้นฐานดังต่อไปนี้

  1. สีข้างเคียง (Analogous Colours) เป็นการเลือกใช้สีที่อยู่ข้างๆและเป็นสีโทนโทนเดียวกันอย่างลงตัว

ตัวอย่าง น้ำบลูฮาวายสีฟ้าเข้ม สีหลักคือสีฟ้าเข้ม ถ้าเราจะแต่งด้วยคู่สีแบบสีข้างเคียง เราก็จะใช้ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตสีฟ้า แล้วแซมด้วยใบไม้สีเขียว ก็จะทำให้เครื่องดื่มบลูฮาวายนี้มีสีที่น่าสนใจมากขึ้นจากการเติมสีเข้าไปตามหลักสีข้างเคียง

2. สีคู่ตรงข้าม (Complementary Colours) เป็นการใช้สีตรงกันข้ามกับสีหลัก

ตัวอย่าง เค้กสตอเบอรี่สีแดง สีหลักคือสีแดงในเค้ก เราอยากเติมสีแบบคู่สีตรงกันข้ามก็เพิ่มใบไม้สีเขียวลงไป หรือผลไม้สีเขียวก็ทำให้อาหารดูโดดเด่นขึ้นมามากๆ

3. สีแบบสมดุลรูปสามเหลี่ยม (Triadic Colours) การใช้งานคู่สีนี้ เราต้องเลือกให้สีใดสีหนึ่งโดดเด่นมากที่สุด แล้วลดสัดส่วนของสีอื่นๆตามลงมา

เช่น พานาค็อตต้ามะม่วงสุก สีหลักที่โดดเด่นคือสีเหลือง นำดอกกุหลาบหนูสีแดงวางไว้ตรงกลาง โรยด้วยดอกฟอร์เก็ตมีน็อตสีฟ้าดอกเล็กไว้ข้างๆเพียงเล็กน้อย

4. สีใกล้เคียงกับสีคู่ตรงข้าม (Split-Complementary Colours) หรือที่เรียกสามเหลี่ยมหน้าแคบ

ตัวอย่าง เยลลี่สตอเบอรี่ สีหลักคือสีแดง วางดอกไวโอล่าสีฟ้าลงไปตรงกลางเสียบใบไม้สีเขียวลงไปหรือผลไม้สีเขียวก็จะได้คู่สีที่ครบ

5. คู่สีแบบสีเหลี่ยมจัตตุรัจ (square) เป็นการจัดคู่สีที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และมีสีที่หลากหลายซึ่งเหมาะทั้งอาหาร และของหวาน

ตัวอย่าง กุ้งในซอสเลม่อน สีหลักในจานเป็นกุ้งตัวโตสีส้ม ที่มีเปอร์เซ็น 40% ซอสที่หยดอยู่ด้านข้างสีเหลือง 30% และเปอร์เซ็น30 % ที่เหลือ จะเป็นดอกไม้หรือวัตถุดิบอื่นๆที่เป็นสีน้ำเงินหรือฟ้า โดยอาจจะใส่ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตเล็กๆบนซอส 10% และอีก 20% เป็นดอกไวโอล่าสีน้ำเงินที่วางอยู่ข้างข้าวๆตัวกุ้ง

6. คู่สีแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า rectagular

ตัวอย่าง สลัดผัก สีหลักคือ สีเขียว มีเปอร์เซ็นสี 50 % โรยมะเขือเทศสีเหลืองลงไป 10% ขูดกะหล่ำม่วงไป 20% ตกแต่งด้วยกลีบดอกอัญชัญสีน้ำเงินไปอีก 20% ก็ทำให้สลัดดูโดดเด่นตามคู่สี

นี่เป็นตัวอย่างของการนำทฤษฎีสีมาช่วยในการจัดตกแต่งอาหาร เพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการเลือกใช้สีวัตถุดิบมาดูตัวอย่างการตกแต่งอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานตามคู่สี ดังตัวอย่างดังนี้

Moon Milk สีหลักคือสีชมพู(แดงอ่อน) เราจึงจัดโทนสีแบบสีข้างเคียงโดยเลือกใช้ดอกกุหลาบสีชมพูมาโรยไว้บนฟองนม

สโคน จัดแบบ สามเหลี่ยมหน้าแคบ จะเห็นได้ว่ามีสีหลักคือสีส้มอ่อน โดยในสามเหลี่ยมหน้าแคบจะตรงกับมีส้มผสมเหลือง(ตัวสโคน) ม่วงผสมฟ้า และฟ้า โดยนำดอกไวโอล่าแห้งสีม่วงนำมาวางบนตัวสโคนเพื่อสร้างการดึงดูดสายตา ซึ่งเราจะใส่เพียงเล็กน้อยนะคะเพื่อให้เห็นตัวขนมที่เป็นสโคน ส่วนสีฟ้าเราใช้เป็นกลีบดอกโรยไปด้านล่างเพื่อสร้างอารมณ์ที่อ่อนโยนราวกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นมาบนตะกร้า

ส่วนไอศครีมจะเห็นว่าสีหลักมีแดงอ่อนและสีเหลือง เราได้เลือกการจัดสีแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งจะตกไปที่สีเขียวผสมฟ้า และสีม่วงผสมฟ้า

การจัดเค้กที่มีโทนพื้นอย่างสีขาว ซึ่งเราได้เลือกการจับคู่สีแบบสีเหลียมผืนพ้า โดยให้สีหลักคือสีแดง และคู่สีกับ เหลือง เขียว ม่วง

วัตถุดิบที่เลือกใช้มาตกแต่ง

ไวโอล่าแห้ง สีม่วงและสีเหลือง

กลีบดอกกุหลาบสีแดง

น้ำตาลผสมสีดอกไวโอล่าเหลือง

ใบเลมอนไทม์แบบทับแห้ง

เป็นการใช้ทฤษฎีคู่สีให้เหมาะสำหรับการตกแต่งอาหารโดยใช้สีของดอกไม้กินได้มาช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาด หากท่านยังไม่กระจ่าง เรามีคลิปวีดีโอสาธิตการตกแต่งอาหารด้วยดอกไม้กินได้โดยใช้ทฤษฎีคู่สี แบบวงล้อ color wheel ในคลิปดังต่อไปนี้

แต่งเค้กอย่างไรให้เหมือนไปคาเฟ่ โดยใช้ดอกไม้กินได้ จับคู่สีในcolor wheel

ดอกไม้กินได้กับสีเพื่อการตกแต่ง จับคู่สีใน color wheel

เป็นอย่างไรบ้างคะ ลองจัดคู่สีกับอาหารของคุณ ถ้าลองทำแล้วแชร์กันได้ที่ Flowers You Can Eat


Flowers You Can Eat ดอกไม้กินได้ ผู้คน และอาหาร By Flowers You Can Eat 0914582556

 
Flowers You Can Eat ดอกไม้กินได้ ผู้คน และอาหาร
By Flowers You Can Eat 0914582556

Flowers You Can Eat คือสวนดอกไม้กินได้เล็กๆ ที่อยู่ใน ตำบลสันผีเสื้อ จ.เชียงใหม่ โดย เบิ้มและอ้อ เป็นผู้ดูแลสวนและบ้านหลังสีขาวเล็กๆแห่งนี้ กิจกรรมหลักของสวนแห่งนี้คือการตัดดอกไม้กินได้จำหน่าย

ซึ่งดอกไม้กินได้ทุกดอกจะถูกคัดสรรมาเพื่อให้ได้ขนาด และคุณภาพในระดับ Food grade โดยใช้การคัดทีละดอก แล้วนำมาจัดเรียงในกล่องแข็งโดยไม่ให้กลีบดอกทับกัน ทำให้ดอกไม้มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น สถิติสูงสุดในการเก็บรักษาที่ลูกค้าของที่นี้เคยทำไว้คือ 2 เดือน ซึ่งการคัดและเก็บในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะทำให้ดอกไม้ยังคงรักษาสภาพได้สดใหม่เสมอ

ความสดชื่นในสวนของ Flowers You Can Eat บนพื้นที่ 90 ตารางวา สร้างพื้นที่สีเขียว สร้างอากาศดีๆ และอาหารดีๆ ที่ได้จากดอกไม้กินได้ ที่ปลูกโดยวิธีการพึ่งพาธรรมชาติ การพึ่งพาธรรมชาตินั้นคือการให้วัฏจักรธรรมชาติจัดการกับปัญหาและปรับสมดุลซึ่งกันและกัน

ถ้าหากใครที่เคยมาที่สวนแห่งนี้จะทราบดีว่าทางช่างลดเลี้ยวเคี้ยวคด อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่น่าจะมีสวนแบบนี้อยู่แถวนั้น รอบๆเต็มไปด้วยบ้านคน หรือคอกเลี้ยงวัวเก่าๆ สร้างความสับสนงงงวยให้กับผู้มาเยือนอยู่หลายๆครั้ง แต่หากเข้ามาในบริเวณสวนแล้วก็จะพบเจอกับบ้านสีขาวที่อยู่ในวงล้อมของต้นสนสีเขียวขจี มีดอกไม้กินได้แปลงเล็กๆกระจายตัวอยู่บริเวณหน้าบ้าน

สวนแห่งนี้ไม่ใช้เคมีในการกำจัดศัตรูพืช แต่ใช้วิธีการดูแลแบบธรรมชาติพึ่งพาโดยใช้แมลงในการกำจัดแมลง ซึ่งวิธีนี้เป็นที่ Flowers You Can Eat ใช้ในการดูแลดอกไม้ด้วยพื้นที่ที่ไม่กว้างใหญ่ทำให้การเกิดปัญหาก็มีจำกัด การเรียนรู้วัฏจักรของแมลงทำให้การใช้วิธีนี้เป็นไปอย่างสำเร็จ ถึงแม้ว่าผลผลิตจะไม่ได้ได้ 100 % เพราะเกิดจากการเสียหายของหนอนแมลงที่กินดอกไม้ไปบางส่วน แต่ก็ช่วยยับยั้งการระบาดโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี

ไข่แมลงช้างปากใส ที่รอฟัก เพื่อใช้กินตัวเพลี้ย

ภายในโรงเรือนอีกฝั่งก็ได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน ทำให้การควบคุมแมลงและหนอนเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

อ้อและเบิ้มทำดอกไม้กินได้มา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2564 นำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในดอกไม้กินได้มาสู่การทำอาหารด้วยดอกไม้กินได้เป็นวัตถุดิบหลัก โดยในปี 2563 ทั้งสองได้จัดทำกิจกรรม 4 week 4 chef โดยให้เชฟ 4 สาขาได้เข้ามาทำอาหารจากดอกไม้กินได้ในสวนของพวกเขา

และรังสรรค์อาหารที่ได้จากดอกไม้กินได้มามากมาย ซึ่งต่อยอดแนวคิดของอ้อและเบิ้มในการนำดอกไม้กินได้มาทำเป็นวัตถุดิบ อาทิเช่น ดอกไม้กินได้น้ำผึ้ง ดอกไม้กินได้ไซรัป ดอกไม้กินได้ดอง ดอกไม้กินได้คริสตัล เนยดอกไม้กินได้ และอื่นๆอีกมากมาย จนเกิดเป็นโปรเจคพิเศษที่ได้จัดขึ้นในต้น ปี 2564 คือ Edible Flowers Testing

Edible Flowers Testing คือการทานอาหารในรูปแบบใหม่ คือการนำวัตถุดิบใหม่ๆจากดอกไม้กินได้มาทำอาหาร โดยรับเพียง 4 ที่นั่ง เพื่อทดลองทานดอกไม้กินได้ท่ามกลางบรรยกาศที่แสนสบายในสวนดอกไม้ ผู้มาเยือนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบการกินอาหารจากดอกไม้กินได้ หรือจะรับคำแนะนำจากผู้ทำอาหารและวัตถุดิบในการทานอาหารแปลกใหม่นั้นๆ

ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้มาเยือนและFlowers You Can Eat ร่วมกันสร้างแนวคิดและการทานในรูปแบบใหม่ร่วมกัน โดยอาหารทุกเมนูจะมีดอกไม้กินได้เป็นวัตถุดิบหลักทั้งสิ้น

อาทิเช่น welcome drink ที่ได้นำไซรัปกุหลาบโฮมเมด ที่ใช้ดอกกุหลาบสายพันธุ์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ นำมาผสมทำให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจน ทำให้ได้สัมผัสรสชาติที่แปลกใหม่ในการทานไซรัปกุหลาบจากที่แห่งนี้

หรือไอศครีมดอกพุดซ้อน(ดอกเก็ตถวา) ด้วยความเป็นล้านนา Flowers You Can Eat จึงอยากให้บรรยากาศการกินได้รสสัมผัสแห่งกลิ่น และรสชาติที่บ่งบอกถึงความเป็นวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ การใช้บรรยากาศที่คุณเคยด้วยกลิ่นจึงเป็นหนึ่งในเมนูสำคัญของอาหารในงาน edible flowers testing 2021 โดยใช้ดอกเก็ตถวามาทำไซรัปและใช้เนื้อของดอกมาเป็นส่วนผสมในไอศครีมโยเกิร์ต โดยคอนเสปของเมนูนี้คือ “หอมรัญจวนดอกเก็ตถวา เย็นใจ๋ทุกครา แขกแก้วมาเยือน”

วัตถุดิบจากดอกไม้กินได้นอกจากที่จะให้รสชาติและประสบการณ์ใหม่แล้วยังมีที่มาที่ไปและการทานได้อย่างลึกซึ้ง เช่นดอกเก๊กฮวยที่ได้ไปแหล่งปลูกที่เหมาะสม อย่างเช่นบ้านอมลอง จ.เชียงใหม่ ที่ให้ รส กลิ่น สัมผัสของดอกเก๊กฮวยในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูที่ดอกเก๊กฮวยออกดอกพลิใบอย่างสมบูรณ์ในรอบปี น้ำดอกเก๊กฮวยจึงเป็นเมนูพิเศษที่ถูกใช้เป็นเมนูต้อนรับเช่นเดียวกับไซรัปกุหลาบ

และ Flowers You Can Eat ตะหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะนอกจากใช้ดอกเก๊กฮวยสำหรับทำเครื่องดื่ม แต่ยังได้นำดอกเก๊กฮวยที่เหลือจากการคั้นน้ำมาทำมากวนแยมดอกเก๊กฮวยแบบสดๆ ทานคู่กับทาร์ตขนมปังยีสต์ธรรมชาติ ได้รสของดอกเก๊กฮวยแสนละมุนคู่กับขนมปังรสหวานจากยีสต์ลูกเกดสูตรเฉพาะ ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้การเกิดขยะทางด้านอาหารลดลง

นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารอีกหลากหลายที่นำวัตถุดิบจากดอกไม้กินได้มาทำเป็นอาหาร ซึ่งดอกไม้กินได้เหล่านี้ยังให้สรรพคุณและประโยชน์ต่อร่างกาย และเพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่าย Flowers You Can Eat จึงได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านอาหารให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงความพิเศษในวัตถุดิบเหล่านี้

การเข้าใจในวัตถุดิบ และสามารถนำมาต่อยอดให้ออกมาเป็นผลลัพธ์คืออาหารเป็นความตั้งใจจริงที่ Flowers You Can Eat อยากที่จะสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจถึงวัตถุดิบที่หลายๆคนมองข้าม เพราะดอกไม้กินได้ ไม่เพียงแค่การตกแต่ง แต่ยังคือหัวใจหลักในอาหารเช่นกัน

สำหรับทุกท่านที่อยากมาเยือน กรุณาติดต่อเพื่อทำการนัดล่วงหน้า แล้วมาเรียนรู้ เข้าใจ และแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน มาสร้างประสบการณ์ใหม่ในการทาน และมารู้จักดอกไม้กินได้ให้อย่างเข้าใจอย่างถ่องแท้

Flowers You Can Eat

ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

Facebook : Flowers You Can Eat

โทรศัพท์ : 091 458 2556

#ดอกไม้กินได้ #ดอกไม้กินได้เชียงใหม่ #edibleFlowers

#FlowersYouCanEat #ดอกไม้กินได้ซื้อที่ไหน #ดอกไม้กินได้มีอะไรบ้าง

#ดอกไม้กินได้แต่งจาน #ดอกไม้กินได้edibleflower #ดอกไม้กินได้facebook

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ดอกไม้กินได้ กับ สี การใช้สีของดอกไม้กินได้ในอาหาร By Flowers You Can Eat 0914582556

 

ดอกไม้กินได้ กับ สี การใช้สีของดอกไม้กินได้ในอาหาร
By Flowers You Can Eat 0914582556

ถ้ากล่าวถึงดอกไม้แล้ว เราก็มักจะนึกถึง ความสวยงาม กลิ่นหอม และความสดชื่น ของดอกไม้แรกแย้มในยามเช้า เราจึงมักเห็นดอกไม้อยู่ในอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับรายการอาหารนั้นๆ และคุณสมบัติที่โดดเด่นของดอกไม้ก็คือ สี ซึ่งสีจะให้ความรู้สึกแตกต่างกัน อาทิเช่น สีเหลือง ที่ให้ความรู้สึก สดใส ร่าเริง เบิกบาน มีชีวิตใหม่ หรือสีแดง ที่ให้ความรู้สึก กระตุ้นสมอง ความมีชีวิต ความรัก เป็นต้น

และการใช้สีในอาหารก็สร้างอารมณ์ให้กับรับประทานในรายการอาหารต่างๆ และการดึงสีจากดอกไม้กินได้เพื่อมาใช้ในอาหารก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

เรามักจะคุ้นชินกับอาหารที่มีดอกไม้กินได้วางประดับอยู่ด้านบนอาหาร หรือเครื่องดื่ม ซึ่งให้ความสดชื่นและเติมสีที่ขาดในอาหาร แต่สีของดอกไม้กินได้ไม่เพียงแค่ไว้ประดับหรือจัดวางเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาเป็นสีหลักในอาหารได้เช่นกัน

เมนู ชีสพายที่นำสีของดอกไวโอล่านำมาผสมกับครีมชีสทำให้เกิดสีชมพูอมม่วงที่มีความเป็นพาสเทล ซึ่งใช้สีจากดอกไม้กินได้เป็นสีหลักทั้งหมด

ผสมสีของดอกไม้ในครีมชีส
ใส่ดอกไม้คริสตัลลงไปในตัวครีมเพิ่มความกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน
มีการโรยผงสีชมพูจากดอกกุหลาบสร้างสีสันที่ทำให้ดูมีมิติ

และยังสามารถนำดอกไม้มาประดับให้ตัวเค้กให้เกิดความน่าสนใจได้อีกด้วย

สีจากดอกไม้กินได้


จะเห็นได้ว่าสีจากดอกไม้กินได้สามารถรังสรรให้เกิดสีสันให้กับอาหารได้หลากหลายไม่เฉพาะเบเกอรี่ แต่ยังสามารถย้อมสีให้กับเกลือ

ผงสีและกลีบแห้งจากดอกไม้กินได้
นำมาเคี่ยวกับดอกสดก็ให้สีเช่นเดียวกัน
ย้อมสีลงบนเกลือทำให้เกิดสีที่มีความหลากหลาย

เป็นเมนูกุ้งย่างบนดอกเกลือสีของดอกไม้กินได้ส่งเสริมให้อาหารมีความโดดเด่นและน่ารับประทาน

และการใช้สีดอกไม้กินได้ในช็อกโกแล็ตก็ทำให้ได้สีที่สวยงาม โดยที่ช็อกโกแล็ตไม่จับเป็นก้อน เช่นการทำสีในช็อกโกแล็ตบาร์ก

หรือจะเป็นช็อกโกแล็ตคุ๊กกี้ 4 ฤดูที่ให้สีสันที่หลากหลาย โดยใช้สีจากดอกไม้กินได้เช่นกันในการบอกเล่าเรื่องราวของคอนเสบนี้

จะสังเกตได้ว่า สีของดอกไม้นั้นจะไม่มีความเข้มข้นหรือจัดจ้านเท่ากับสีสังเคราะห์เป็นเพราะเป็นสีที่ได้จากธรรมชาติ สีที่ได้ในตัวอาหารจะเป็นสีที่มีความละมุนดูเป็นพาสเทล และสำหรับผู้ที่ชอบความเป็นธรรมชาติและปลอดภัยสีจากดอกไม้กินได้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

ซึ่งเราได้ทดลองสีในดอกไม้กินได้หลากหลายชนิด และพบว่าสีของดอกไม้นั้นต้องใช้ในปริมาณที่มากกว่าปกติ ซึ่งควรใช้ดอกไม้ที่อยู่ในฤดูกาลจะดีที่สุด

หรือจะใช้ในรูปแบบผงก็สามารถเก็บไปใช้นอกฤดูได้เช่นกัน ทุกท่านสามารถลองทดลองการใช้สีของดอกไม้ในอาหารด้วยดอกไม้กินได้ที่มีในบ้านของท่าน แล้วรังสรรสีสันบนอาหารให้น่าสนใจได้ด้วยตนเอง

ติดตามบทความที่น่าสนใจของเรา และการทดลองต่างๆของเราได้ที่ Flowers You Can Eat คลิกได้เลย

#ดอกไม้กินได้ #ดอกไม้กินได้เชียงใหม่ #edibleFlowers #FlowersYouCanEat

#ดอกไม้กินได้ซื้อที่ไหน #ดอกไม้กินได้มีอะไรบ้าง #ดอกไม้กินได้แต่งจาน

#ดอกไม้กินได้edibleflower #ดอกไม้กินได้facebook