แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Edible Flowers แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Edible Flowers แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2564

แต่งจานสวย ด้วยดอกไม้กินได้ ง่ายๆ ไม่เกิน 5 นาที By Flowers You Can Eat 0914582556

 

แต่งจานสวย ด้วยดอกไม้กินได้ ง่ายๆ ไม่เกิน 5 นาที  

By Flowers You Can Eat 0914582556

กลับมาแล้วค่ะ กับพวกเรา Flowers You Can Eat กับเคล็ดลับการนำดอกไม้กินได้มาแต่งจานอาหารแบบง่ายๆ ไม่เกิน 5 นาที

โดยที่เราจะใช้การจับคู่สีเป็นตัวช่วยเพื่อทำให้การเลือกสีในการจัดการกับอาหารเป็นไปได้ง่าย ผนวกกับการจัดอาหารให้เหมาะกับการถ่ายรูป ไม่ว่าจะมุมไหนก็สวย มาลองทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1 การเลือกสีหลักของอาหาร วันนี้เราจะทำการตกแต่งขนมไข่ โดยเทียบสีของขนมไข่จะอยู่ที่สีเหลือง-ส้ม (Yellow-Orange) และการจัดวางของขนมเราจะจัดวางโดยการวางซ้อนกันให้เกิดมิติ และเกิดรูปทรงเพื่อให้การจัดจานมีรูปทรงเมื่อถ่ายรูปออกมาทำให้เกิดความน่าสนใจและถ่ายรูปได้ง่ายมากขึ้น

2. เมื่อได้สีหลักแล้ว เราก็มีเลือกแพทเทิร์นจับคู่สี โดยเราจะเลือกใช้ในรูปแบบของสี่เหลี่ยมจัตุรัจ ซึ่งสีหลักคือสีเหลือง-ส้ม จับคู่กับสี เขียว สีน้ำเงิน-ม่วง สีแดง

3 ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกวัตถุดิบให้อยู่ในสีที่กำหนด โดยที่เราจะแบ่งเปอร์เซ็นต์สีเป็น

40% เป็นตัวขนมไข่ (สีเหลือง-ส้ม)

20% เป็นดอกไม้เชื่อมสีแดง (ทานคู่ให้เสริมรสชาติ)

20 % เป็นดอกกุหลาบแห้ง และผงดอกกุหลาบสีแดง

15% ดอกไวโอล่าสีน้ำเงินม่วง

5% ใบเลมอนไทม์สีเขียว

จากนั้นเริ่มการจัดตามอัตราส่วนซึ่งจะทำให้เราจัดจานได้รวดเร็วและยังได้แพทเทิร์นสีที่ลงตัว

4.พร้อมเสิร์ฟและพร้อมถ่ายรูป 

5 มาพิสูจน์กันว่า เมื่อลูกค้าของคุณจะถ่ายรูปอาหารของคุณจะปังแค่ไหน ไม่ว่าจะมุม Top มุม 45% มุมแคบ มุมต่ำ มุมกว้าง หรือมุมไหนๆ อาหารก็จะดูดี เช็คอินแล้วตรงปก

มุมข้าง จะเห็นว่าก็ยังสวยงาม และยังเห็นความมีมิติของอาหารหลักเพราะมีการวางให้เป็นรูปทรงดีกว่าวางเป็นแนวนอนไม่มีมิติ

หรือจะเอาส้อมลองจิ้มถ่ายรูป ก็ยังดูดี

มุม TOP หรือมุมยอดฮิต มุมเสยที่หลายๆคนไปร้านอาหารก็ต้องถ่ายมุมนี้

มุม TOP แบบเอียงก็เอาอยู่ เอาส้อมวางบนจานเป็นพร็อพ

ไหนๆก็มีดอกไม้เชื่อมให้ทานคู่กับขนมแล้วแล้วก็ลองเอามาถ่ายคู่กันสักหน่อย

มุม 45 องศา แบบนั่งเก้าอี้ถ่ายมาตรงๆ

แบบซูมกันให้ชัด ก็ไม่หลุดแถมเก็บรายละเอียดของอาหารและดอกไม้ที่มาตกแต่งได้ดี

จะเอามือเข้ากล้อง อาหารก็ยังดูดี

เอาส้อมมาเข้าฉาก ทำเหมือนกำลังจะกิน

ถ่ายกับวิวริมหน้าต่างอาหารก็ยังสวยและโดดเด่น

หลายๆท่านอาจเคยใช้เวลากับการถ่ายรูปจานอาหารมากกว่า 10 รูป เพื่อคัดรูปที่ดีที่สุด ซึ่งการอำนวนฃยความสะดวกให้ลูกค้าถ่ายรูปได้ทุกมุมในจานอาหารจะเป็นการสร้างความประทับใจอย่างหนึ่ง

จะถ่ายแบบกดมุมต่ำลงขนานกับจานหรือมุมข้างๆก็ยังสวย

ซูมแบบมุมต่ำ เห็นวัตถุดิบและอาหารได้ชัดเจนอาหารก็ยังมีมิติ

เห็นไหมคะว่าการแต่งจานที่นอกจากจะจัดให้คู่สีครบแล้ว ในปัจจุบันสิ่งที่ต้องคำนึงคืออาหารจะต้องช่วยส่งเสริมให้ลูกค้าของเราถ่ายรูปออกมาดูดี ไม่ว่าจะมุมไหน กล้องแบบไหน หรือจะตั้งใจถ่ายหรือไม่ตั้งใจถ่าย อาหารก็ออกมาดูดี

และที่สำคัญกว่าอื่นใดคือความอร่อย เหมือนที่เรานำขนมไข่มาทานคู่กับดอกไม้เชื่อมที่มีรสเปรี้ยวตัดกับขนมที่มีรสหวานแห้ง ทำให้เกิดความชุ่มชื้น ทานแล้วเข้ากันได้อย่างลงตัว

ลองแต่งจานด้วยดอกไม้กินได้นะคะ เมื่อฝึกฝีมือบ่อยๆ ก็จะทำเวลาได้น้อยลง และสวยงามจับใจจนต้องแชร์ ติดตามเรื่องราวของเรา Flowers You Can Eat ในบทความต่อไป


วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ดอกไม้กินได้ กับทฤษฎีการจับคู่สี ใน color wheel by Flowers You Can Eat 0914582556

 

ดอกไม้กินได้ กับทฤษฎีการจับคู่สี ใน color wheel
by Flowers You Can Eat 0914582556

สี เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นในดอกไม้ สีสันเพิ่มความน่าสนใจในอาหาร หรือเติมแต่งสีที่ขาดให้ครบสมบูรณ์แบบ และทำให้อาหารดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ท่านลองนึกถึงส้มตำ ถ้าขาดสีแดงไปจะเป็นอย่างไรบ้างคะ ดูจืดและไม่น่ากินใช่ไหม เพราะสีมีอิทธิพลต่อความรู้สึก ถ้าหากสีขาดไปแล้วอาหารของเราก็จะดูไม่โดดเด่น

วันนี้ Flowers You Can Eat จะมาสอนการจับคู่สี เพื่อทำให้อาหารของเราดูน่ารับประทาน และสามารถเพิ่มสีของดอกไม้เข้าไปช่วยเติมแต่งสิ่งที่ขาดได้ค่ะ

โดยจะมีทฤษฎีการจับคู่สีแบบพื้นฐานดังต่อไปนี้

  1. สีข้างเคียง (Analogous Colours) เป็นการเลือกใช้สีที่อยู่ข้างๆและเป็นสีโทนโทนเดียวกันอย่างลงตัว

ตัวอย่าง น้ำบลูฮาวายสีฟ้าเข้ม สีหลักคือสีฟ้าเข้ม ถ้าเราจะแต่งด้วยคู่สีแบบสีข้างเคียง เราก็จะใช้ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตสีฟ้า แล้วแซมด้วยใบไม้สีเขียว ก็จะทำให้เครื่องดื่มบลูฮาวายนี้มีสีที่น่าสนใจมากขึ้นจากการเติมสีเข้าไปตามหลักสีข้างเคียง

2. สีคู่ตรงข้าม (Complementary Colours) เป็นการใช้สีตรงกันข้ามกับสีหลัก

ตัวอย่าง เค้กสตอเบอรี่สีแดง สีหลักคือสีแดงในเค้ก เราอยากเติมสีแบบคู่สีตรงกันข้ามก็เพิ่มใบไม้สีเขียวลงไป หรือผลไม้สีเขียวก็ทำให้อาหารดูโดดเด่นขึ้นมามากๆ

3. สีแบบสมดุลรูปสามเหลี่ยม (Triadic Colours) การใช้งานคู่สีนี้ เราต้องเลือกให้สีใดสีหนึ่งโดดเด่นมากที่สุด แล้วลดสัดส่วนของสีอื่นๆตามลงมา

เช่น พานาค็อตต้ามะม่วงสุก สีหลักที่โดดเด่นคือสีเหลือง นำดอกกุหลาบหนูสีแดงวางไว้ตรงกลาง โรยด้วยดอกฟอร์เก็ตมีน็อตสีฟ้าดอกเล็กไว้ข้างๆเพียงเล็กน้อย

4. สีใกล้เคียงกับสีคู่ตรงข้าม (Split-Complementary Colours) หรือที่เรียกสามเหลี่ยมหน้าแคบ

ตัวอย่าง เยลลี่สตอเบอรี่ สีหลักคือสีแดง วางดอกไวโอล่าสีฟ้าลงไปตรงกลางเสียบใบไม้สีเขียวลงไปหรือผลไม้สีเขียวก็จะได้คู่สีที่ครบ

5. คู่สีแบบสีเหลี่ยมจัตตุรัจ (square) เป็นการจัดคู่สีที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และมีสีที่หลากหลายซึ่งเหมาะทั้งอาหาร และของหวาน

ตัวอย่าง กุ้งในซอสเลม่อน สีหลักในจานเป็นกุ้งตัวโตสีส้ม ที่มีเปอร์เซ็น 40% ซอสที่หยดอยู่ด้านข้างสีเหลือง 30% และเปอร์เซ็น30 % ที่เหลือ จะเป็นดอกไม้หรือวัตถุดิบอื่นๆที่เป็นสีน้ำเงินหรือฟ้า โดยอาจจะใส่ดอกฟอร์เก็ตมีน็อตเล็กๆบนซอส 10% และอีก 20% เป็นดอกไวโอล่าสีน้ำเงินที่วางอยู่ข้างข้าวๆตัวกุ้ง

6. คู่สีแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า rectagular

ตัวอย่าง สลัดผัก สีหลักคือ สีเขียว มีเปอร์เซ็นสี 50 % โรยมะเขือเทศสีเหลืองลงไป 10% ขูดกะหล่ำม่วงไป 20% ตกแต่งด้วยกลีบดอกอัญชัญสีน้ำเงินไปอีก 20% ก็ทำให้สลัดดูโดดเด่นตามคู่สี

นี่เป็นตัวอย่างของการนำทฤษฎีสีมาช่วยในการจัดตกแต่งอาหาร เพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการเลือกใช้สีวัตถุดิบมาดูตัวอย่างการตกแต่งอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานตามคู่สี ดังตัวอย่างดังนี้

Moon Milk สีหลักคือสีชมพู(แดงอ่อน) เราจึงจัดโทนสีแบบสีข้างเคียงโดยเลือกใช้ดอกกุหลาบสีชมพูมาโรยไว้บนฟองนม

สโคน จัดแบบ สามเหลี่ยมหน้าแคบ จะเห็นได้ว่ามีสีหลักคือสีส้มอ่อน โดยในสามเหลี่ยมหน้าแคบจะตรงกับมีส้มผสมเหลือง(ตัวสโคน) ม่วงผสมฟ้า และฟ้า โดยนำดอกไวโอล่าแห้งสีม่วงนำมาวางบนตัวสโคนเพื่อสร้างการดึงดูดสายตา ซึ่งเราจะใส่เพียงเล็กน้อยนะคะเพื่อให้เห็นตัวขนมที่เป็นสโคน ส่วนสีฟ้าเราใช้เป็นกลีบดอกโรยไปด้านล่างเพื่อสร้างอารมณ์ที่อ่อนโยนราวกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นมาบนตะกร้า

ส่วนไอศครีมจะเห็นว่าสีหลักมีแดงอ่อนและสีเหลือง เราได้เลือกการจัดสีแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งจะตกไปที่สีเขียวผสมฟ้า และสีม่วงผสมฟ้า

การจัดเค้กที่มีโทนพื้นอย่างสีขาว ซึ่งเราได้เลือกการจับคู่สีแบบสีเหลียมผืนพ้า โดยให้สีหลักคือสีแดง และคู่สีกับ เหลือง เขียว ม่วง

วัตถุดิบที่เลือกใช้มาตกแต่ง

ไวโอล่าแห้ง สีม่วงและสีเหลือง

กลีบดอกกุหลาบสีแดง

น้ำตาลผสมสีดอกไวโอล่าเหลือง

ใบเลมอนไทม์แบบทับแห้ง

เป็นการใช้ทฤษฎีคู่สีให้เหมาะสำหรับการตกแต่งอาหารโดยใช้สีของดอกไม้กินได้มาช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาด หากท่านยังไม่กระจ่าง เรามีคลิปวีดีโอสาธิตการตกแต่งอาหารด้วยดอกไม้กินได้โดยใช้ทฤษฎีคู่สี แบบวงล้อ color wheel ในคลิปดังต่อไปนี้

แต่งเค้กอย่างไรให้เหมือนไปคาเฟ่ โดยใช้ดอกไม้กินได้ จับคู่สีในcolor wheel

ดอกไม้กินได้กับสีเพื่อการตกแต่ง จับคู่สีใน color wheel

เป็นอย่างไรบ้างคะ ลองจัดคู่สีกับอาหารของคุณ ถ้าลองทำแล้วแชร์กันได้ที่ Flowers You Can Eat


Flowers You Can Eat ดอกไม้กินได้ ผู้คน และอาหาร By Flowers You Can Eat 0914582556

 
Flowers You Can Eat ดอกไม้กินได้ ผู้คน และอาหาร
By Flowers You Can Eat 0914582556

Flowers You Can Eat คือสวนดอกไม้กินได้เล็กๆ ที่อยู่ใน ตำบลสันผีเสื้อ จ.เชียงใหม่ โดย เบิ้มและอ้อ เป็นผู้ดูแลสวนและบ้านหลังสีขาวเล็กๆแห่งนี้ กิจกรรมหลักของสวนแห่งนี้คือการตัดดอกไม้กินได้จำหน่าย

ซึ่งดอกไม้กินได้ทุกดอกจะถูกคัดสรรมาเพื่อให้ได้ขนาด และคุณภาพในระดับ Food grade โดยใช้การคัดทีละดอก แล้วนำมาจัดเรียงในกล่องแข็งโดยไม่ให้กลีบดอกทับกัน ทำให้ดอกไม้มีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานขึ้น สถิติสูงสุดในการเก็บรักษาที่ลูกค้าของที่นี้เคยทำไว้คือ 2 เดือน ซึ่งการคัดและเก็บในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะทำให้ดอกไม้ยังคงรักษาสภาพได้สดใหม่เสมอ

ความสดชื่นในสวนของ Flowers You Can Eat บนพื้นที่ 90 ตารางวา สร้างพื้นที่สีเขียว สร้างอากาศดีๆ และอาหารดีๆ ที่ได้จากดอกไม้กินได้ ที่ปลูกโดยวิธีการพึ่งพาธรรมชาติ การพึ่งพาธรรมชาตินั้นคือการให้วัฏจักรธรรมชาติจัดการกับปัญหาและปรับสมดุลซึ่งกันและกัน

ถ้าหากใครที่เคยมาที่สวนแห่งนี้จะทราบดีว่าทางช่างลดเลี้ยวเคี้ยวคด อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่น่าจะมีสวนแบบนี้อยู่แถวนั้น รอบๆเต็มไปด้วยบ้านคน หรือคอกเลี้ยงวัวเก่าๆ สร้างความสับสนงงงวยให้กับผู้มาเยือนอยู่หลายๆครั้ง แต่หากเข้ามาในบริเวณสวนแล้วก็จะพบเจอกับบ้านสีขาวที่อยู่ในวงล้อมของต้นสนสีเขียวขจี มีดอกไม้กินได้แปลงเล็กๆกระจายตัวอยู่บริเวณหน้าบ้าน

สวนแห่งนี้ไม่ใช้เคมีในการกำจัดศัตรูพืช แต่ใช้วิธีการดูแลแบบธรรมชาติพึ่งพาโดยใช้แมลงในการกำจัดแมลง ซึ่งวิธีนี้เป็นที่ Flowers You Can Eat ใช้ในการดูแลดอกไม้ด้วยพื้นที่ที่ไม่กว้างใหญ่ทำให้การเกิดปัญหาก็มีจำกัด การเรียนรู้วัฏจักรของแมลงทำให้การใช้วิธีนี้เป็นไปอย่างสำเร็จ ถึงแม้ว่าผลผลิตจะไม่ได้ได้ 100 % เพราะเกิดจากการเสียหายของหนอนแมลงที่กินดอกไม้ไปบางส่วน แต่ก็ช่วยยับยั้งการระบาดโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี

ไข่แมลงช้างปากใส ที่รอฟัก เพื่อใช้กินตัวเพลี้ย

ภายในโรงเรือนอีกฝั่งก็ได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน ทำให้การควบคุมแมลงและหนอนเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

อ้อและเบิ้มทำดอกไม้กินได้มา 7 ปี ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2564 นำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในดอกไม้กินได้มาสู่การทำอาหารด้วยดอกไม้กินได้เป็นวัตถุดิบหลัก โดยในปี 2563 ทั้งสองได้จัดทำกิจกรรม 4 week 4 chef โดยให้เชฟ 4 สาขาได้เข้ามาทำอาหารจากดอกไม้กินได้ในสวนของพวกเขา

และรังสรรค์อาหารที่ได้จากดอกไม้กินได้มามากมาย ซึ่งต่อยอดแนวคิดของอ้อและเบิ้มในการนำดอกไม้กินได้มาทำเป็นวัตถุดิบ อาทิเช่น ดอกไม้กินได้น้ำผึ้ง ดอกไม้กินได้ไซรัป ดอกไม้กินได้ดอง ดอกไม้กินได้คริสตัล เนยดอกไม้กินได้ และอื่นๆอีกมากมาย จนเกิดเป็นโปรเจคพิเศษที่ได้จัดขึ้นในต้น ปี 2564 คือ Edible Flowers Testing

Edible Flowers Testing คือการทานอาหารในรูปแบบใหม่ คือการนำวัตถุดิบใหม่ๆจากดอกไม้กินได้มาทำอาหาร โดยรับเพียง 4 ที่นั่ง เพื่อทดลองทานดอกไม้กินได้ท่ามกลางบรรยกาศที่แสนสบายในสวนดอกไม้ ผู้มาเยือนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบการกินอาหารจากดอกไม้กินได้ หรือจะรับคำแนะนำจากผู้ทำอาหารและวัตถุดิบในการทานอาหารแปลกใหม่นั้นๆ

ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้มาเยือนและFlowers You Can Eat ร่วมกันสร้างแนวคิดและการทานในรูปแบบใหม่ร่วมกัน โดยอาหารทุกเมนูจะมีดอกไม้กินได้เป็นวัตถุดิบหลักทั้งสิ้น

อาทิเช่น welcome drink ที่ได้นำไซรัปกุหลาบโฮมเมด ที่ใช้ดอกกุหลาบสายพันธุ์ที่มีกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ นำมาผสมทำให้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจน ทำให้ได้สัมผัสรสชาติที่แปลกใหม่ในการทานไซรัปกุหลาบจากที่แห่งนี้

หรือไอศครีมดอกพุดซ้อน(ดอกเก็ตถวา) ด้วยความเป็นล้านนา Flowers You Can Eat จึงอยากให้บรรยากาศการกินได้รสสัมผัสแห่งกลิ่น และรสชาติที่บ่งบอกถึงความเป็นวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ การใช้บรรยากาศที่คุณเคยด้วยกลิ่นจึงเป็นหนึ่งในเมนูสำคัญของอาหารในงาน edible flowers testing 2021 โดยใช้ดอกเก็ตถวามาทำไซรัปและใช้เนื้อของดอกมาเป็นส่วนผสมในไอศครีมโยเกิร์ต โดยคอนเสปของเมนูนี้คือ “หอมรัญจวนดอกเก็ตถวา เย็นใจ๋ทุกครา แขกแก้วมาเยือน”

วัตถุดิบจากดอกไม้กินได้นอกจากที่จะให้รสชาติและประสบการณ์ใหม่แล้วยังมีที่มาที่ไปและการทานได้อย่างลึกซึ้ง เช่นดอกเก๊กฮวยที่ได้ไปแหล่งปลูกที่เหมาะสม อย่างเช่นบ้านอมลอง จ.เชียงใหม่ ที่ให้ รส กลิ่น สัมผัสของดอกเก๊กฮวยในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูที่ดอกเก๊กฮวยออกดอกพลิใบอย่างสมบูรณ์ในรอบปี น้ำดอกเก๊กฮวยจึงเป็นเมนูพิเศษที่ถูกใช้เป็นเมนูต้อนรับเช่นเดียวกับไซรัปกุหลาบ

และ Flowers You Can Eat ตะหนักถึงปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพราะนอกจากใช้ดอกเก๊กฮวยสำหรับทำเครื่องดื่ม แต่ยังได้นำดอกเก๊กฮวยที่เหลือจากการคั้นน้ำมาทำมากวนแยมดอกเก๊กฮวยแบบสดๆ ทานคู่กับทาร์ตขนมปังยีสต์ธรรมชาติ ได้รสของดอกเก๊กฮวยแสนละมุนคู่กับขนมปังรสหวานจากยีสต์ลูกเกดสูตรเฉพาะ ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้การเกิดขยะทางด้านอาหารลดลง

นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารอีกหลากหลายที่นำวัตถุดิบจากดอกไม้กินได้มาทำเป็นอาหาร ซึ่งดอกไม้กินได้เหล่านี้ยังให้สรรพคุณและประโยชน์ต่อร่างกาย และเพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่าย Flowers You Can Eat จึงได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านอาหารให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงความพิเศษในวัตถุดิบเหล่านี้

การเข้าใจในวัตถุดิบ และสามารถนำมาต่อยอดให้ออกมาเป็นผลลัพธ์คืออาหารเป็นความตั้งใจจริงที่ Flowers You Can Eat อยากที่จะสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจถึงวัตถุดิบที่หลายๆคนมองข้าม เพราะดอกไม้กินได้ ไม่เพียงแค่การตกแต่ง แต่ยังคือหัวใจหลักในอาหารเช่นกัน

สำหรับทุกท่านที่อยากมาเยือน กรุณาติดต่อเพื่อทำการนัดล่วงหน้า แล้วมาเรียนรู้ เข้าใจ และแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน มาสร้างประสบการณ์ใหม่ในการทาน และมารู้จักดอกไม้กินได้ให้อย่างเข้าใจอย่างถ่องแท้

Flowers You Can Eat

ที่ตั้ง : หมู่ 4 ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

Facebook : Flowers You Can Eat

โทรศัพท์ : 091 458 2556

#ดอกไม้กินได้ #ดอกไม้กินได้เชียงใหม่ #edibleFlowers

#FlowersYouCanEat #ดอกไม้กินได้ซื้อที่ไหน #ดอกไม้กินได้มีอะไรบ้าง

#ดอกไม้กินได้แต่งจาน #ดอกไม้กินได้edibleflower #ดอกไม้กินได้facebook